ข้อมูลเฉพาะพื้นที่
สถานตากอากาศบางปู จ.สมุทรปราการ
สถานตากอากาศบางปู
ความหลากหลายของสังคมพืชในป่าชายเลนจังหวัดสมุทรปราการ
พบพันธุ์ไม้ป่าชายเลนทั้งสิ้น 6 วงศ์ (Families) 8 สกุล (Fenus) 11 ชนิด (Species) มีความหนาแน่นรวมของต้นไม้เท่ากับ 166.09 ต้นต่อไร่ พันธุ์ไม้ที่พบมากที่สุดอยู่ในวงศ์ Acanthaceae ชนิดที่มีความหนาแน่นมากที่สุด คือ แสมขาว (Avicennia alba) มีความหนาแน่นเท่ากับ 119.34 ต้นต่อไร่ รองลงมา คือ แสมทะเล (Avicennia marina) และตะบูนขาว (Xylocarpus granatum) มีความหนาแน่นเท่ากับ 28.49 และ 9.22 ต้นต่อไร่ ตามลำดับ ความโตทางเส้นผ่านศูนย์กลางที่ระดับอกเฉลี่ย (DBH) เท่ากับ 14.81 เซนติเมตร และความสูงเฉลี่ย (H) เท่ากับ 9.50 เมตร ค่าดัชนีความสำคัญ (ImportantValueIndex ; IVI) สูงที่สุด คือ แสมขาว มีค่าเท่ากับ 232.33 รองลงมา คือ แสมทะเล และตะบูนขาว มีค่าเท่ากับ 37.74 และ 13.25 ตามลำดับ ค่าดัชนีความความหลากหลายทางชนิดพันธุ์ (Shannon-Wienerdiversityindex ; H’) เท่ากับ 0.934 ค่าความชุกชุมทางชนิดพันธุ์ของมาร์กาเรฟ (Margalef’sindex ; d) เท่ากับ 1.269 และค่าดัชนีความสม่ำเสมอทางชนิดพันธุ์ของพีลู (Pielou’sevenness ; J’) เท่ากับ 0.389
ความหลากหลายของแมลงและนกในป่าชายเลนจังหวัดสมุทรปราการ
ในพื้นที่ป่าชายเลน ตำบลบางปู อำเภอเมืองสมุทรปราการ จังหวัดสมุทรปราการพบจำนวน 7 อันดับ 16 วงศ์ 22 ชนิด ได้แก่ 1) แมลงที่กินพืชเป็นอาหาร (Herbivore) เช่น ด้วงเต่าแตงแดง (Aulacophora indica), ด้วงงวง (Curculionidae sp.) และ ด้วงหลังงุ้ม (Mordellidae sp.) เป็นต้น 2) แมลงที่กินสัตว์เป็นอาหาร (Carnivor) เช่น แมลงปอบ้านบ่อ (Crocothemis servilia), แมลงปอบ้านใหม่เฉียง (Neurothemis fluctuans) และแมลงปอบ้านใต้ผู้ม่วง (Trithemis aurora) เป็นต้น และ 3) แมลงที่ช่วยผสมเกสร (Pollinator) เช่น ผีเสื้อกลางคืน (Entomogramma sp.), ผีเสื้อหนอนหนามกะทกรก (Acraea violae) และผีเสื้อเณรธรรมดา (Eurema hecabe) เป็นต้น จากการสำรวจครั้งนี้พบแมลงที่อยู่ในสถานภาพการอนุรักษ์ตาม IUCN Red List (2016) แต่อยู่ในระดับ Least Concern (LC) คือ กังวลน้อย ได้แก่ แมลงปอบ้านบ่อ (Crocothemis servilia), แมลงปอบ้านใหม่เฉียง (Neurothemis fluctuans) และแมลงปอบ้านใต้ผู้ม่วง (Trithemis aurora)
พื้นที่ชายทะเลบางปู ซึ่งเป็นแหล่งพักพิง และอพยพของนกชายเลนที่สำคัญ นกที่พบมี 7 อันดับ (Order) 14 วงศ์ (Family) 27 ชนิด (Species) นกที่พบมากที่สุดได้แก่ นกยางกรอกพันธุ์จีน (Ardeo labacchus) นกยางเปีย (Egertta garzetta) นกเอี้ยงสาลิกา (Acridotheres tristis) ตามลำดับ พบนกที่อยู่ในกลุ่มใกล้ถูกคุกคาม (Near Threatened ; NT) ตาม IUCN Red list ได้แก่ นกกาบบัว (Mycteria leucocephala) นกปากแอ่นหางดำ (Limosa melanuroides) นกนางนวลแกลบเล็ก (Sternulaalbifrons) นกนางนวลแกลบท้ายทอยดำ (Sterna sumatrana)
ความหลากหลายของเห็ดราในป่าชายเลนจังหวัดสมุทรปราการ
จากการสำรวจเห็ดราบริเวณตำบลบางปูใหม่ ตำบลบางปู อำเภอเมือง และตำบลแหลมฟ้าผ่า อำเภอพระสมุทรเจดีย์ พบจำนวนทั้งสิ้น 4 วงศ์ (Family) 5 สกุล (Genus) และ 6 ชนิด (Species) ได้แก่ เห็ดดันหมี (Daldinia cancentrica), (Ganoderma sp.), (Phellinus sp.), (Inonotus sp.) และ (Fomitopsis sp.)
ความหลากหลายของสัตว์น้ำเศรษฐกิจในป่าชายเลนจังหวัดสมุทรปราการ
ในป่าชายเลน บริเวณตำบลแหลมฟ้าผ่า ตำบลปากคลองบางปลากด และตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุดเจดีย์, ตำบลท้ายบ้าน ตำบลบางโปร่ง ตำบลบางด้วน ตำบลบางปูใหม่ และตำบลบางปู อำเภอเมือง, ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการพบสัตว์น้ำเศรษฐกิจทั้งหมด 9 วงศ์ 9 ชนิด จำแนกเป็นกลุ่มปลา (Chordata) 5 วงศ์ 5 ชนิด กลุ่มกุ้ง/ปู (Crustacean) 3 วงศ์ 3 ชนิด และกลุ่มแมงดาทะเล (Arthropoda) 1 วงศ์ 1 ชนิด โดยพบวงศ์ละ 1 ชนิด เช่น วงศ์ Soleidae (วงศ์ปลาลิ้นหมา) ได้แก่ ปลาลิ้นหมาวงศ์ Peneaidae (วงศ์กุ้ง) ได้แก่ กุ้งแชบ๊วย และวงศ์ Limulidae (วงศ์แมงดาทะเล) ได้แก่ แมงดาทะเล เป็นต้น
ความหลากหลายของสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนจังหวัดสมุทรปราการ
ในบริเวณตำบลแหลมฟ้าผ่า ตำบลปากคลองบางปลากด และตำบลในคลองบางปลากด อำเภอพระสมุดเจดีย์, ตำบลท้ายบ้าน ตำบลบางโปร่ง ตำบลบางด้วน ตำบลบางปูใหม่ และตำบลบางปู อำเภอเมือง, ตำบลคลองด่าน อำเภอบางบ่อ จังหวัดสมุทรปราการ พบทั้งหมด 14 วงศ์ (Family) 15 สกุล (Genus) 19 ชนิด (Specie) มีความหนาแน่นรวมเท่ากับ 224.57 ตัวต่อตารางเมตร ชนิดที่พบมากที่สุดคือ หอยถั่วแดง มีความหนาแน่นเท่ากับ 97.71 ตัวต่อตารางเมตร รองลงมาคือ หอยขี้นก มีความหนาแน่นเท่ากับ 45.14 ตัวต่อตารางเมตร นอกจากนี้ยังพบชนิดอื่นๆเพิ่มเติม ได้แก่ หอยก้นแหลม (1) หอยหูแมว หอยกะทิ ปูแสมก้ามส้ม หอยหูปากม่วงหอยหูปากเหลือง หอยเทียน หอยยอ หอยกะพง หอยก้นแหลม (2) ปูก้ามดาบ ปูแสมก้ามยาว ทากเปลือย ปูเสฉวน กุ้งดีดขัน และไส้เดือนทะเล เมื่อพิจารณาความหลากหลายของประชาคมสิ่งมีชีวิตพื้นป่าชายเลนบริเวณจังหวัดสมุทรปราการ พบว่ามีค่าดัชนี ความหลากหลายทางชีวภาพ (H’) เท่ากับ 1.98 ค่าดัชนีความชุกชุมของชนิดพันธุ์ (d) เท่ากับ 2.45 และค่าดัชนีความสม่ำเสมอ (J’) เท่ากับ 0.68
การใช้ประโยชน์ที่ดินในพื้นที่ป่าชายเลน
ปัจจุบันจังหวัดสมุทรปราการ มีพื้นที่ที่มีสภาพเป็นป่าชายเลนทั้งหมด10,643 ไร่ (กรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง, 2557) สภาพป่าชายเลนโดนตัดขาดจากกันเป็นผืนเล็กผืนน้อย ความสมบูรณ์ของป่าลดลง และความหลากหลายของชนิดพันธุ์พืช และสัตว์น้อยลง และยังมีปัญหาการกัดเซาะชายฝั่งที่อยู่ในระดับวิกฤต ระยะทางถึง 28 กิโลเมตร ซึ่งในจำนวนนี้มีพื้นที่ป่าชายเลนที่ประสบปัญหาการถูกกัดเซาะด้วย ถือว่าเป็นปัญหาที่สำคัญ และทวีความรุนแรงขึ้น
แนะนำสถานที่สำคัญในพื้นที่
สถานตากอากาศบางปู
ข้อมูลสถานที่
สถานตากอากาศบางปู จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2480 โดยจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ดำริให้สร้างเป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไปเนื่องด้วยติดทะเลและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีการสร้างสะพานยื่นออกไปในทะเล ชื่อว่า “สะพานสุขตา” ต่อมา สถานตากอากาศนี้ได้อยู่ในความดูแลของกองทัพบก ในอดีตจึงเป็นสถานพักฟื้น พักผ่อน ของทหารบกที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และยังคงเป็นสถานตากอากาศด้วย แต่เมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้ยุบสถานพักฟื้นลง ให้เป็นเพียงแต่ที่พักตากอากาศ ต่อมามีการปรับปรุง และเปลี่ยนชื่ออาคารเป็น “ศาลาสุขใจ” ภายในมีร้านอาหาร ลานลีลาศ ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย จุดเด่นของสถานที่นี้คือ ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน จะมีนกนางนวลอพยพหนีหนาวมาหากินอยู่ตามชายทะเล นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารนกนางนวล และถ่ายภาพเก็บบรรยากาศที่สวยงามยามพระอาทิตย์ตก รวมถึงยังเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญอีกด้วย
ลักษณะเด่น
สถานตากอากาศบางปู จัดตั้งขึ้นในปี พ.ศ. 2480 โดยจอมพลป.พิบูลสงคราม นายกรัฐมนตรีในสมัยนั้น ดำริให้สร้างเป็นสถานที่พักผ่อนของประชาชนทั่วไปเนื่องด้วยติดทะเลและไม่ไกลจากกรุงเทพฯ มีการสร้างสะพานยื่นออกไปในทะเล ชื่อว่า “สะพานสุขตา” ต่อมา สถานตากอากาศนี้ได้อยู่ในความดูแลของกองทัพบก ในอดีตจึงเป็นสถานพักฟื้น พักผ่อน ของทหารบกที่ได้รับบาดเจ็บจากการสู้รบ และยังคงเป็นสถานตากอากาศด้วย แต่เมื่อปี พ.ศ. 2542 ได้ยุบสถานพักฟื้นลง ให้เป็นเพียงแต่ที่พักตากอากาศ ต่อมามีการปรับปรุง และเปลี่ยนชื่ออาคารเป็น “ศาลาสุขใจ” ภายในมีร้านอาหาร ลานลีลาศ ให้บริการ นอกจากนี้ ยังมีที่พักไว้บริการนักท่องเที่ยวด้วย จุดเด่นของสถานที่นี้คือ ในช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงปลายเดือนเมษายน จะมีนกนางนวลอพยพหนีหนาวมาหากินอยู่ตามชายทะเล นักท่องเที่ยวนิยมมาให้อาหารนกนางนวล และถ่ายภาพเก็บบรรยากาศที่สวยงามยามพระอาทิตย์ตก รวมถึงยังเป็นแหล่งศึกษาระบบนิเวศป่าชายเลนที่สำคัญอีกด้วย