Toggle navigation
หน้าแรก
เกี่ยวกับ TH-BIF
การพัฒนา TH-BIF
หน่วยงานเครือข่ายที่สนับสนุนข้อมูล
การจัดกลุ่มสิ่งมีชีวิต
แนวทางปฏิบัติในการสร้างธรรมมาภิบาลข้อมูลของระบบคลังข้อมูลฯ
Open API
ข้อมูลเชิงพื้นที่
แผนที่แสดงข้อมูลความหลากหลายทางชีวภาพของประเทศไทย
รายการข้อมูลเชิงพื้นที่
ข้อมูลเฉพาะเรื่อง
สถานภาพคุกคาม
ทะเบียนชนิดพันธุ์ต่างถิ่นที่รุกราน
สิ่งมีชีวิตในพระนาม
ทำเนียบผู้เชียวชาญ
นักอนุกรมวิธาน (พืช)
นักอนุกรมวิธาน (สัตว์)
นักอนุกรมวิธาน (จุลินทรีย์)
นักอนุกรมวิธาน (ระบบนิเวศ)
คลังความรู้
เอกสารเผยแพร่
ติดต่อ
ติดต่อเรา
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
หน้าแรก
ข้อมูลสิ่งมีชีวิต
Centrosema pubescens
Centrosema pubescens
ชื่อวิทยาศาสตร์แบบเต็ม:
Centrosema pubescens
Benth.
Synonyms
-
ชื่อไทย:
-
ถั่วลาย, ถั่วเซนโตร, ถั่วสะแดด
อาณาจักร::
Plantae
ไฟลัม::
Tracheophyta
ชั้น::
Magnoliopsida
อันดับ:
Fabales
วงศ์::
Fabaceae
สกุล:
Centrosema
วันที่อัพเดท :
22 ก.ค. 2562 17.00น.
วันที่สร้าง:
22 ก.ค. 2562 17.00น.
ข้อมูลทั่วไป
ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ :
-
บรรยายลักษณะต้น:ไม้เถาเลื้อย มีขนยาว บางครั้งมีรากตามข้อใบ:หูใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 2-3 มิลลิเมตร ใบประกอบมี 3 ใบย่อย รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 2.6-10 เซนติเมตร แผ่นใบด้านข้างมีขนาดเล็กกว่าใบปลายเล็กน้อย เบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือกลม แผ่นใบบาง มีขนยาวกระจายทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบข้างละ 5-7 เส้นดอก:ดอกมี 2-4 ดอก ก้านช่อยาว 2.5-7 เซนติเมตร ใบประดับคล้ายหูใบ ใบประดับย่อยรูปรีหรือรูปไข่กว้าง แนบติดกลีบเลี้ยง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปแถบ 2 กลีบบนเชื่อมติดกัน กลีบดอกสีขาว ชมพู หรืออมม่วง กลีบกลางกลม ยาว 2-3 เซนติเมตร ที่โคนมีขนยาว มีเดือยสั้นๆ กลีบปีกรูปเคียว ข้างหนึ่งมีติ่ง กลีบคู่ล่างมีก้านกลีบสั้นๆผล:ฝักรูปแถบ ยาว 7-13 เซนติเมตร แบน ปลายแหลม เป็นจงอยยาว 8-15 เซนติเมตร แตกอ้าออก บิดเวียน เมล็ดมีผนังก้น มี 7-15 เมล็ด รูปขอบขนาน ยาว 4-5 มิลลิเมตร มีขั้วสั้นๆเปลือก:อื่นๆ:
ไม้เถาเลื้อย มีขนยาว บางครั้งมีรากตามข้อ
หูใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 2-3 มิลลิเมตร ใบประกอบมี 3 ใบย่อย รูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 2.6-10 เซนติเมตร แผ่นใบด้านข้างมีขนาดเล็กกว่าใบปลายเล็กน้อย เบี้ยวเล็กน้อย ปลายใบแหลม โคนใบมนหรือกลม แผ่นใบบาง มีขนยาวกระจายทั้งสองด้าน เส้นแขนงใบข้างละ 5-7 เส้น
ดอกมี 2-4 ดอก ก้านช่อยาว 2.5-7 เซนติเมตร ใบประดับคล้ายหูใบ ใบประดับย่อยรูปรีหรือรูปไข่กว้าง แนบติดกลีบเลี้ยง กลีบเลี้ยง 5 กลีบ รูปแถบ 2 กลีบบนเชื่อมติดกัน กลีบดอกสีขาว ชมพู หรืออมม่วง กลีบกลางกลม ยาว 2-3 เซนติเมตร ที่โคนมีขนยาว มีเดือยสั้นๆ กลีบปีกรูปเคียว ข้างหนึ่งมีติ่ง กลีบคู่ล่างมีก้านกลีบสั้นๆ
ฝักรูปแถบ ยาว 7-13 เซนติเมตร แบน ปลายแหลม เป็นจงอยยาว 8-15 เซนติเมตร แตกอ้าออก บิดเวียน เมล็ดมีผนังก้น มี 7-15 เมล็ด รูปขอบขนาน ยาว 4-5 มิลลิเมตร มีขั้วสั้นๆ
-
ไม้เถา ลำต้นมีขนยาว หูใบรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 2-3 มม. ใบประกอบมี 3 ใบย่อย ก้านยาว 2.5-6 ซม. ใบย่อยรูปรีหรือรูปขอบขนาน ยาว 2.5-10 ซม. ใบด้านข้างขนาดเล็กกว่าใบปลาย เบี้ยวเล็กน้อย แผ่นใบมีขนกระจายทั้งสองด้าน ก้านใบสั้น ช่อดอกแบบช่อกระจะสั้น ๆ มี 2-4 ดอก ก้านช่อยาว 2.5-7 ซม. ใบประดับรูปไข่แกมรูปขอบขนาน ยาว 6-9 มม. ใบประดับย่อยรูปรี แนบติดกลีบเลี้ยง ยาวกว่าใบประดับ กลีบเลี้ยงรูประฆัง ปลายแยกเป็น 5 กลีบ รูปแถบขนาดเล็กไม่เท่ากัน 2 กลีบบนเชื่อมติดกัน ดอกสีขาว ชมพู หรืออมม่วง กลีบกลางกลม ยาว 2-3 ซม. มีก้านกลีบสั้น ๆ โคนมีขนยาว มีเดือยสั้น ๆ กลีบปีกและกลีบคู่ล่างขนาดเล็ก กลีบปีกรูปเคียว ข้างหนึ่งมีติ่ง เกสรเพศผู้ติด 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งมี 9 อัน อีกกลุ่มหนึ่งมี 1 อัน รังไข่ไร้ก้าน ก้านเกสรเพศเมียแบน ปลายมีขน ฝักแบนรูปแถบ ยาว 7-13 ซม. ปลายมีจะงอย แตกบิดเวียน มี 7-15 เมล็ด รูปรี ยาว 4-5 มม. มีขั้ว
-
ลำต้นเลื้อยพัน (twining) ขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางลำต้น 1.46-1.86 มิลลิเมตร ลำต้นสีเขียวเข้มปนน้ำตาล มีขนสั้น ๆ สีน้ำตาลแดงปกคลุมปานกลาง ใบมี 3 ใบย่อยและมีก้านใบ (pinnately trifoliate) ใบรูปไข่ ใบบนยาว 4.49-7.69 เซนติเมตร กว้าง 3.25-4.15 เซนติเมตร ใบข้างยาว 4.35-5.43 เซนติเมตร กว้าง 2.34-3.3 เซนติเมตร ผิวใบค่อนข้างหยาบ สีใบเขียวอมเหลือง หน้าใบ หลังใบมีขนสั้น ๆ จำนวนปานกลาง ซึ่งเปรียบเทียบกับถั่วลายดอกสีม่วง (commercial centro) ที่มีขนสั้น ๆ ละเอียดจำนวนมากกว่าทั้งหน้าใบและหลังใบ ลักษณะหูใบ (stipule) เป็นรูปหนาม หรือแหลม (spinose or filiform) มีสีน้ำตาล ช่วงออกดอกปลายเดือน ตุลาคม – กันยายน ซึ่งเร็วกว่าถั่วลายดอกสีม่วงประมาณหนึ่งเดือน ดอกแบบช่อกระจะ (raceme) เกิดจากซอกข้อ ความยาวช่อดอก 5.32-8.04 เซนติเมตร ดอกเดี่ยวรวมเป็นพวงขนาดเล็ก ความยาวของดอก 1.32-2.58 เซนติเมตร กลีบดอกสีขาวอมเหลืองอ่อน ๆ ฝักแก่สีน้ำตาล รูปฝักค่อนข้างแบน รอยคอดระหว่างข้อฝักไม่ชัดเจน ฝักยาว 9.53-11.37 เซนติเมตร กว้าง 0.53-0.61 เซนติเมตร
การกระจายพันธุ์ :
-
ต่างประเทศพบในทวีปอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ปัจจุบันพบขึ้นเป็นวัชพืชทั่วไป
-
มีถิ่นกำเนิดมาจากอเมริกากลาง ถูกนำไปปลูกยังส่วนอื่นๆ ของโลก
รายละเอียดอื่นๆ ของแหล่งที่พบ :
-
ป่าสงวนแห่งชาติป่าเขาหลวง ป่าสงวนแห่งชาติป่าลำน้ำน่านฝั่งขวา ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่วงก์ – แม่เปิน ป่าสงวนแห่งชาติป่าน้ำเปื๋อย ป่าน้ำหย่วน และป่าน้ำลาว ป่าสงวนแห่งชาติป่าแม่อิงฝั่งขวา และป่าแม่งาว ป่าสงวนแห่งชาติป่าย่านยาว ป่าเขาวง และป่ากระซุม
-
พื้นที่ชุ่มน้ำหนองบงคาย
ข้อมูลการนำไปใช้ประโยชน์
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์ :
รายละเอียดการนำมาใช้ประโยชน์ :
-
เป็นอาหารสัตว์สำหรับโค
ที่มาของข้อมูล
สํานักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สำนักงานความหลากหลายทางชีวภาพด้านป่าไม้
กลุ่มงานพฤกษศาสตร์ป่าไม้ สำนักวิจัยการอนุรักษ์ป่าไม้และพันธุ์พืช กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช
สำนักงานนโยบายและแผนทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม
สิ่งมีชีวิตที่เกี่ยวข้อง
นกกก หรือ นกกะวะ หรือนกฮัง
Horse mushroom
เห็ดชานหมากวงแหวน 1 ชั้น เห็ดขี้ม้า เห็ดนกกะบา
งูเขียวไผ่หางเขียว (Vogel's Green Pitviper)
Horse mushroom
เห็ดชานหมากวงแหวน 1 ชั้น เห็ดขี้ม้า เห็ดนกกะบา
ผีเสื้อม้าขาวประดับเพชร (The Jewelled Nawab)
Horse mushroom
เห็ดชานหมากวงแหวน 1 ชั้น เห็ดขี้ม้า เห็ดนกกะบา
นกเงือกสีน้ำตาลคอขาว
Horse mushroom
เห็ดชานหมากวงแหวน 1 ชั้น เห็ดขี้ม้า เห็ดนกกะบา
กระทิง (Gaur)
Horse mushroom
เห็ดชานหมากวงแหวน 1 ชั้น เห็ดขี้ม้า เห็ดนกกะบา
ช้างเอเชีย (Asian Elephant)
Horse mushroom
เห็ดชานหมากวงแหวน 1 ชั้น เห็ดขี้ม้า เห็ดนกกะบา